นั่งรถไฟไปน่านกัน……..น่านไง อยู่น่านไง

ทริปนี้เริ่มมากจากอยากไปน่านอ่ะ แต่พอเช็คราคาตั๋วเครื่องบินแล้วก็จะอยู่ที่ 3,000-4,000 บาท หู่ยยยย…..แพงอ่ะ ไปน่านทางไหนได้อีกมีรถทัวร์ เคยนั่งไกลสุดกรุงเทพ-หาดใหญ่ (ช่วงสงกรานต์) นั่งนานมากกกก…..แล้วเราเป็นคนหลับยากอ่ะ เอาเป็นว่าไม่ได้นอนเลยเหอะวันนั้น งั้นรถไฟตู้นอนมะล่าา…..นอนได้ด้วย เออน่าจะสบายกว่า แล้วรู้สึกว่ารถไฟน่าจะเกิดอุบัติเหตุได้น้อยกว่ารถทัวร์ ขึ้นตอนเย็นไปถึงที่หมายพรุ่งนี้เช้านอนมาเราเที่ยวได้เลย ราคาย่อมเยาว์กว่าด้วย

ซึ่งเราสามารถจองตั๋วรถไฟออนไลน์ล่วงหน้าได้ถึง 90 วัน  และ ก่อนกำหนดเวลารถออก 2 ชม.จองได้ที่ลิ้งค์นี้เลย ===> https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/ 

เราต้องไปลงรถไฟไปที่สถานีเด่นชัยจังหวัดแพร่ ใช่ค่ะจังหวัดแพร่ เนื่องจากจังหวัดน่านไม่มีสถานีรถไฟ นี่กูไปอยู่ไหนมาเนี่ยไม่รู้ว่าน่านไม่มีสถานีรถไฟ 555++ คือเข้าใจมาตลอดว่าทุกจังหวัดในประเทศไทยมีสถานีรถไฟ เพิ่งมารู้ตอนหาข้อมูลไปน่านเนี่ยแหล่ะว่าไม่ได้มีรถไฟกันทุกจังหวัด

รถไฟตู้นอนเตียงบน จะมีราคาถูกกว่าเตียงล่างขาไปก็เข้าไปจองแบบงง ๆ สรุปคือขาไปได้ตู้พัดลมเพิ่งมารู้ตัวตอนใกล้วันไปล่ะ ก็ว่าอยู่ทำไมมันถูกกว่าขากลับ 555++

ตารางเวลาขาออกจากกรุงเทพ – เด่นชัย

ตารางเวลาขาออกจากเด่นชัย-กรุงเทพ

ก็คือประเภทตู้บรรทัดที่เขียนว่า บนทป  และมีปุ่มเขียวจะเป็นตู้แอร์นะ

เราจองรถไฟไว้รอบ 22.00 น. ไปถึงสถานีรถไฟเด่นชัย 07.17 น. คือมันไม่ได้ถึงตรงเวลาเป๊ะ ๆ แต่ก็ไม่เกิน 10-15 นาที เรามาถึงหัวลำโพงประมาณ 20.30 น. กลัวตกรถไฟเลยต้องเผื่อเวลามาหน่อย

เนื่องจากเราขึ้นมารอบดึก ทางเจ้าหน้าที่เค้าก็จะปูเตียงให้เลย และเราได้อัพเกรดตั๋วค่ะ จากตู้ธรรมดาเป็นตู้แอร์จ้าเพราะเราจองออนไลน์มาล่วงหน้า อาจจะด้วยไม่มีตู้ หรืออะไรก็แล้วแต่ถือว่าเป็นโชคดีของเราอิอิ

บนรถไฟมีห้องน้ำ แต่ขบวนนี้น่าจะยังเป็นแบบเก่าอยู่ มีอ่างไว้ให้ล้างหน้าแปรงฟันตอนเช้าได้ด้วย

ตู้ที่เราได้อยู่ติดกับตู้จำหน่ายอาหารพอดีเลย ซึ่งสำหรับเรา เราว่าราคาค่อนข้างสูงประนึงบนเครื่องบินเลยทีเดียวกาแฟร้อน + บราว์นี่ 1 ชิ้น ราคา 80 บาท  ซึ่งตอนก่อนเข้านอนจะมีเจ้าหน้าที่เดินถามออเดอร์อาหารตอนเช้าด้วย แต่เนื่องจากเราต้องลงรถไฟตอน 07.17 น. เลยไม่ได้สั่งอะไร

แอบไปถ่ายวิวข้างทางรถไฟที่ตู้อาหารมาได้นิดหน่อย ใกล้จะถึงแว้ววว…….

ถึงแว้วจ้า…..จากสถานีรถไฟเด่นชัยเราจะเดินทางไปน่านโดยการเช่ารถขับกันเอง ซึ่งรอบนี้เราเช่ารถกับทาง แพร่ บี ไบค์ ค่าเช่ารถยนต์วันล่ะ 800 บาท (ราคาเช็คกับทางร้านอีกทีนะ) มีบริการรับส่งให้ที่สถานีรถไฟเด่นชัยด้วย คิดค่าบริการ 300 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ===>https://www.facebook.com/pg/Phraebebike/photos/?ref=page_internal

เรานัดรับเวลา 8.00 น. พี่เค้ามาถึงก่อนเวลาอีก ลงจากรถไฟปุ๊บพี่เค้าก็โทรมาปั๊บเลย ว่ามาถึงแล้วให้ 5 กระโหลกไปเลยจ้า

เซ็นต์สัญญาตรวจสอบเอกสาร และรถให้เรียบร้อยว่ามีรอยอยู่ตรงไหนบ้าง ถ่ายรูปไว้ก็ดีนะจะได้มาเปิดดูทีหลังหากมีปัญหา รถที่เราได้ค่อนข้างใหม่เลยทีเดียวเสร็จแล้วก็พร้อมลุยจ้า

เราไปแวะล้างหน้าแปรงฟันที่ปั้มน้ำมัน แล้วก็ไปแวะซื้อเสื้อหม้อฮ่อม ที่บ้านทุ่งโฮ้งกันก่อนเพื่อนอยากเสียเงิน 555++

หมู่บ้านทำเสื้อหม้อห้อมทุ่งโฮ้ง

                อาชีพหลักของชาวบ้านทุ่งโฮ้ง คือการทำผ้าหม้อห้อม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นจริงๆ สืบทอดกันมา และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ จนได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP เชิงหัตถกรรมมี คือมีทั้งร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์หม้อหอ้ม และศูนย์การเรียนรู้ให้มาหัดทำได้ด้วยนะ ซึ่งมีร้านค้าตลอดระยะทาง 4 กิโลเมตรเลยเด้อ

                ทำไมเรียกว่า “หม้อห้อม” คำนี้เป็นคำพื้นเมือง หม้อก็คือหม้อ ที่ไว้ต้มน้ำเนี่ยแหล่ะ ส่วน “ห้อม” เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง เราสามารถเอาลำต้นและใบฮ่อมมาหมักในน้ำ จะได้สีกรมท่าธรรมชาติ แล้วก็เอามาย้อมก็จะได้ผ้าก็ได้เป็น “ผ้าหม้อห้อม” งี้

เราเลือกมาที่ร้านดวงดาราหม้อห้อม และ ดวงดาวหม้อห้อม (น่าจะเป็นร้านเดียวกัน) เพราะเพื่อนตามมาจากเพจเจ้าของร้านน่ารักใจดีมาก ซื้อเยอะลดเยอะ ใครอยากได้เสื้อหม้อห้อมลองแวะมาเลือกกันดูน้า……..

อีกร้านที่อยู่ติดกันแบบก็น่ารักดี ได้จากร้านนี้มา 1 ตัว

ช๊อบปิ้งหาพร๊อพเสร็จแล้วเราก็ขับรถไปน่านกันเลย ถนนจากแพร่ไปน่านตอนที่เราไปมีกำลังทำถนนเป็นบางช่วงขับรถควรระมัดระวัง

จากแพร่มาน่านใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชั่วโมงนะ เราก็เลยแวะเติมพลังกันก่อนที่ “ร้านเฮือนฮอม” ร้านอาหารเหนือสไตล์พื้นเมือง บรรยากาศของร้านก็ตกแต่งสไตล์ล้านนา มีที่นั่งรับประทานทั้งนั่งโต๊ะ และนั่งกินแบบขันโตก ตั้งอยู่ตรงข้าม 7 Eleven ใจกลางเมืองน่าน ใกล้กับศาลหลักเมืองน่าน-วัดมิ่งเมือง ร้านนี้คนค่อนข้างเยอะ รออาหารค่อนข้างนาน เพราะฉะนั้นอย่าหิวแล้วแวะไป เราต้องใจเย็น ๆ หน่อย 555++ ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. – 22.00 น.

 

เติมพลังเรียบร้อยแล้วก็แวะไปวัดภูมินทร์กัน อยู่ไม่ไกลจากร้านเฮือนฮอม

วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวงเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปีเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” แล้วเรียกเพี้ยนจากเดิมมาเป็น”วัดภูมินทร์”  มีสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ซึ่งเป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุข และพระประธานเป็นแบบจตุรพักตร์ ที่ทางกรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่าเป็นอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย (หลังคาที่ออกแบบให้มีรูปลักษณะผังเป็นกากบาทมีมุขหันออกทั้ง ๔ ทิศ) และได้เคยอยู่บนธนบัตรราคา 1 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรในแบบ 5 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2485 ด้านหน้าเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 8 และมีโบสถ์วัดภูมินทร์อยู่ทางด้านซ้ายของธนบัตร

ภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพเด่น คือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน ภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” เป็นหนึ่งในงานจิตรกรรมฝาผนังถูกวาดขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2410-2417 เป็นภาพที่มีความประณีตมาก ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านองค์ประกอบและอารมณ์

จากวัดภูมินทร์ เราขับรถไปกันต่อที่บ่อเกลือสินเธาว์ ใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมง ทางค่อนข้างโค้งเยอะมากกก……แบบโค้งตัวเอสติดกัน 2-3 ตัวงี้เลยนะ แล้วมีการทำถนนบางช่วง และบางช่วงมีดินทรุดไม่ควรมาเวลากลางคืน

บ่อเกลือสินเธาว์ อายุเป็น 100 ปี ซึ่งเป็นแหล่งเกลือภูเขาแห่งเดียวในโลก โดยที่ชาวบ้านที่นี่ยังคงวิธีการต้มเกลือแบบดั้งเดิมอยู่  โดยจะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู้บ่อพัก แล้วจึงค่อยนำน้ำเกลือมาต้มในกะทะขนาดใหญ่ จากนั้นตักเกลือที่ตกผลึก ใส่ตะกร้าที่แขวนไว้บนกะทะเพื่อสะเด็ดน้ำ แล้วนำเกลือที่แห้งสนิทแล้วมาผสมไอโดดีน เพราะเกลือภูเขาไม่ได้มีไอโอดีนเหมือนเกลือทะเล

จากบ่อเกลือสินเธาว์ เราเข้าไปเช็คอินที่พักกันก่อนเราพักที่ ” มีสะปัน บ่อเกลือ น่าน : Mee Sapan Borklua Nan ” อยู่ห่างจากบ่อเกลือสินเธาว์ประมาณ 7.5 กิโลเมตร อยู่ติดกับอุ่นไอมางเลยอ่านรีวิวที่พักฉบับเต็มได้ที่ ===> https://eatplayrove.com/meesapan-borklua-nan/

วันที่เราไปเป็นวันเสาร์มีตลาดนัดที่สะพานพอดีเลยไปเดินเล่นหาอะไรกินกัน

มีร้านค้าไม่เยอะ เป็นร้านขายของกินทั้งหมด แวะมาอุดหนุนกันน้า

แวะเดินตลาดนัดแป้บนึงก่อนเล่งไว้ก่อนว่ามีอะไรกินบ้าน เราจะเดินไปดูน้ำตกสะปันกัน อากาศดีมากบรรยากาศฟินเว่อร์ อิจฉาวิวนี้อยากย้ายมาอยู่ 555++

“น้ำตกสะปัน” อ.บ่อเกลือ จ.น่าน น้ำตกเกิดจากลำน้ำสะปัน มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย สายน้ำจะไหลลงมา 2 สาย ก้อนหินบริเวณนั้น จะเต็มไปด้วยมอสและตะไคร่น้ำ ร่มรื่น ป่าไม้สมบูรณ์ มีน้ำไหลตลอดปี

แต่เนื่องจากเย็นมากแล้ว เราเดินไปถึงแค่สะพานไม่แน่ใจว่าด้านในสามารถเข้าไปต่อได้มั้ยนะ คือตุ๊ด 555++

ขากลับแวะซื้อของที่ตลาดแล้วกลับมากินข้าวกันที่พัก ริมน้ำชิลเว่อร์

 

ตื่นมาตอนเช้าก็จะมีหมอก ๆ หน่อย ตื่นมาถ่ายรูปอาบน้ำเตรียมตัวเก็บของเราจะไปต่อค่ะ

เติมพลังกันก่อน กินข้าววิวก็ฟินกันไปเลยจ้า

จากมีสะปันเราจะไปกันที่ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ขับรถไปประมาณชั่วโมงกว่า ๆ โค้งเยอะเหมือนเดิมระหว่างทางแอบแวะถ่ายรูปซะหน่อย

กาแฟบ้านไทลื้อตั้งอยู่ที่ ตำบลศิลาแลง  อำเภอปัว จังหวัดน่าน  เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ  ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว  อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดชาวไทลื้อมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ  นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน

ภายในร้านกาแฟจะมีการนำข้าวของเครื่องใช้โบราณมาตกแต่ง  เช่น ครก กระบุง กระจาด ตะเกียง โบราณ  มุมนั่งดื่มกาแฟเป็นกระท่อมมุงด้วยหลังคาจาก เห็นวิวนาข้าว และภูเขา สามารถเลือกนั่งได้ตามใจชอบ แต่ล่ะหลังจะมีทางเดินไม้ทอดยาวเชื่อมถึงกัน ระหว่างทางเดินก็จะได้เห็นผ้าทอไทลื้อหลากสีสันที่ประดับไว้

ในบริเวณเดียวกันมีร้านอาหารขายข้าวซอย ขนมจีน น้ำเงี้ยว และข้าวมันไก่ เราก็แวะกินกลางวันกันที่นี่เลยก่อนจะไปกันต่อที่ดอยเสมอดาว

 

ไปกันต่อที่ดอยเสมอดาวจากร้านกาแฟบ้านไทลื้อขับรถมาประมาณ 2 ชั่วโมง ไปถึงประมาณบ่าย ๆ นะ คนเริ่มทยอย ๆ กันขึ้นมาล่ะ

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โดยมีสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 888 เมตร มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขาเป็นลานเปิดโล่งกว้าง จึงทำให้สามารถรับลมจากทุกทิศทาง นั่นจึงเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ที่นี่เย็นตลอดทั้งปีเหมาะสำหรับการนอนเต็นท์พักผ่อน เพื่อชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และนอนดูดาว

 จองพื้นที่กางเต้นท์ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน ที่เว็บไซด์ของกรมอุทยาน ===> http://nps.dnp.go.th//reservation.php?option=area

สำหรับคนที่เอาเต้นท์ไปเองนะ ค่าบริการคนล่ะ 30 บาท แนะนำว่าควรต้องจองไปนะ

ซึ่งเราสามารถไปชำระเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย หรือ ATM หรือ KTB netbank

พอไปถึงเราก็โชว์เอกสารให้เจ้าหน้าที่ แล้วก็ไปหาพื้นที่กางเต้นท์กัน

เราเดินมาทางด้านฝั่งตรงข้ามกับที่บริเวณเต้นท์เช่าของกรมอุทยาน จะมีเนินอยู่ซึ่งบริเวณนั้นจะสามารถกางเต้นท์ได้ประมาณ 3-4 หลังวิวก็จะประมาณนี้

กางเต้นท์เสร็จแล้ว เราก็ไปเดินสำรวจกันคือแป้บเดียวรถมาเต็มบริเวณที่จอดเลยนะ ทางทีดีควรขึ้นมาก่อนบ่ายโมงเนอะ

ห้องน้ำจะมี 2 จุด แต่ห้องที่อาบน้ำได้มีไม่เยอะนะ รอคิวค่อนข้างนานมาถึงให้รีบอาบ หรือรออาบตอนดึก ๆ ไปเลยแต่ก็จะหนาว ๆ หน่อย บางห้องไม่มีที่แขวนของนะเราอาบน้ำต้องให้เพื่อนยืนหน้าห้องคอยส่งของให้ที่ล่ะชิ้น 555++

แวะขึ้นไปสำรวจด้านบน จุดชมวิวดอยเสมอดาวดูฟ้าครึม ๆ ฝนจะตกซะงั้น 555++

“ผาหัวสิงห์” ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายสุดของลานดูดาว มีรูปร่างเหมือนสิงโตนอนหมอบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

มองย้อนมาจะเห็นลานบริเวณที่กางเต้นท์เช่าของอุทยาน และด้านขวาล่างสำหรับคนที่นำเต้นท์มาเอง ส่วนตรงที่เรากางนั้นจะอยู่ตรงเนิ่นไกล ๆ ฝั่งนู้นเลย

เดินลงมาด้านล่างจะมีร้านอาหารตามสั่ง และหมูกระทะแวะมาฝากท้องที่นี่ ทางอุทยานอนุญาติให้ทานอาหารบริเวณเต้นท์ได้ แต่ไม่อนุญาติให้ทำอาหารนะคะ เราสามารถโทรสั่งให้เค้ามาส่งได้ค่ะ ด้านหน้าห้องอำนวยการของทางอุทยานจะมีป้ายร้านอาหาร และเบอร์โทรติดไว้อยู่

พยายามจะถ่ายดาว ถ่ายดาวหมุน ต่าง ๆ แต่คือเอาขาตั้งกล้องมาแต่ลืมเอาเพลทมานี่พยายามมากเอาโต๊ะมารอง เอารองเท้ารองได้มาเท่านี้ 555++ อันนี้ถ่ายจากหน้าเต้นท์เราเองเนื่องจากนอนไม่หลับ เหมือนนอนอยู่ในโรงสีข้าวที่เครื่องจักรทำงานตลอดเวลา (เพื่อนในคณะกรนสนั่นดอยอ่ะ)

ตื่นประมาณตีห้ากว่า ๆ อย่าเรียกว่าตื่นเรียกว่ายังไม่ได้นอนดีกว่าจะไปถ่ายทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น คนขึ้นมารอเกือบเต็มลานล่ะ

หมอกหนาหนุมน่านอนมากอากาศเย็น ๆ วิวประมาณนี้คือฟินเล่อ….

พระอาทิตย์ขึ้นแล้วเดินกลับมากินอาหารเช้าหน้าเต้นท์ อาหารหลักสิบกับวิวหลักล้าน (โฆษณาไม่ได้เข้า) ซื้อเองกินเองนักเลงพอ 555++

กินข้าวเสร็จเราเก็บของ ลงไปอาบน้ำเตรียมตัวออกเดินทาง แต่ตอนเช้าคือแปลกคิวรออาบน้ำน้อยกว่าตอนเย็นเมื่อวาน หรือเค้าไม่อาบน้ำกัน 555++ ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปแวะเสาดินนาน้อย ซึ่งก็จะคล้าย ๆ กับวนอุทยานแพะเมืองผี เลยเปลี่ยนใจไปแพร่เลยดีกว่า

วนอุทยานแพะเมืองผี แพะเมืองผีเกิดจากดินและหินทรายถูกกัดเซาะตามธรรมชาติเป็นรูปร่างต่างๆ แพะ แปลว่า ป่าละเมาะ เมืองผี แปลว่า เงียบเหงา มีเนื้อที่ 167 ไร่เราจะเห็นหน้าผา เสาดิน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเรื่อยๆ เลย อากาศจะร้อนนิดนึงจริง ๆ ก็ไม่นิดอ่ะ ดังนั้นมาเที่ยวช่วงเช้าเวิร์คโอเคสุด

เนื่องจากเพื่อนได้ออเดอร์จากทางบ้านมาเพิ่มเราเลยต้องแวะไปที่ “ร้านดวงดาราหม้อห้อม” อีกทีแม่ค้าใจดีลดกันไปรัว ๆ

เสร็จจากช๊อปแวะไปหาข้าวกินที่ “ร้านปั๋นใจ๋” ร้านอยู่ในซอยข้างไปรษณีย์ มีที่จอดรถหน้าร้านไม่เยอะ ตอนเรามาคือเต็มก็เลยจอดข้างทางในซอย

เมนูที่ทางร้านแนะนำจะเป็นชุดเซ็ทราคา 499 บาท เหมาะสำหรับ 3-4 คน ประกอบด้วยขนมจีนทั้งหมด 7 น้ำยา และของกินเล่นอีก 3-4 อย่าง ขนมปังหน้าหมูอร่อย เราชอบน้ำพริกน้ำย้อยที่นี่นะ ซื้อกลับบ้านมา 2 กระปุกเลย

 อิ่มจากมื้อนี้แล้วยังมีเวลาเหลือจากคืนรถ เราต้องคืนรถ 17.30 น. เราเลยไปสักการะพระธาตุช่อแฮกันต่อ

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดแพร่ และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล

องค์พระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบ สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร เป็นศิลปะแบบเชียงแสนมาเที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเอง ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่ แต่ไม่ได้มานมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่เด้อ

ตรงรอบ ๆ บริเวณที่จอดรถก็จะมีจุดซื้อของที่ระลึก แล้วก็พวกเสื้อผ้าหม้อห้อมก็มี

เวลายังเหลือเลยไปนั่งเล่นต่อที่ Tree Park Coffee : ร้านกาแฟ ทรีพาร์ค ร้านค่อนข้างใหญ่มุมถ่ายรูปเยอะ บรรยากาศดี ร่มรื่นต้นไม้เยอะ อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเด่นชัยประมาณ 6 กิโลเมตร

นั่งไปซักพักเพื่อนก็หลับค่ะ 555++ เพลียค่ะเนื่องจากนอนมาตลอดทาง

นั่งเล่นสักพักเราก็เอารถกลับไปคืนที่สถานีรถไฟกันค่ะ เรามาถึงก่อนเวลาพี่ที่มารับก็โทรเข้ามาพอดี เราก็แจ้งว่าถึงแล้วให้มารับรถคืนได้เลย ระหว่างรอพี่เค้ามารับรถฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟเด่นชัยมีตลาดนัดไปค่ะ หาเสบียงสำหรับมื้อเย็นกัน

ส่งรถคืน เรียบร้อยทางร้านก็จะโอนเงินมัดจำคืนให้เราเลยนะคะ พร้อมกับคืนบัตรประชาชน

ขากลับเราจองรถไฟรอบ 21.45 น. ถึงสถานีรถไฟหัวลำโพงประมาณ 6.15 น. นั่งรอนอนรอวนไปค่ะ ที่สถานีรถไฟเด่นชัยมีห้องอาบน้ำนะ ค่าบริการ 10 หรือ 15 บาทนี้แหล่ะไม่แน่ใจ ลองถามแม่บ้านหน้าห้องน้ำ หรือหลังจากเวลาทำการให้ไปถามที่ร้านค้าได้เค้าจะให้กุญแจมาเปิด ห้องน้ำก็ตามสภาพนะเราไม่ได้อาบเอาผ้าเปียกเช็ดเอาดีฝ่า

เดินเล่นถ่ายรูปวน ๆ ไป จริง ๆ จองขากลับสักรอบ 20.26 น. ก็ทันนะจะได้ไม่ต้องรอนานมาก

บ๊าย บาย ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า

My Channel
* Instagram : https://www.instagram.com/eat_play_rove
* Facebook : https://www.facebook.com/EatPlayRove
* website : https://eatplayrove.com
* Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCrRYMNrdl-o0Wdqi81rXZQQ



1 thought on “นั่งรถไฟไปน่านกัน……..น่านไง อยู่น่านไง”

ส่งความเห็นที่ มาลัย ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น