เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองครั้งแรก : Pocket Wifi vs Sim Card

รอบนี้พกไปทั้งหมด 3 อย่างถ้วน Pocket Wifi ทั้ง 2 ค่าย และ ซิมส์การ์ด คณะเราทั้งหมด 7 คนแบ่งใช้ Pocket Wifi เครื่องล่ะ 3 คน และใช้ซิมส์การ์ด 1 คน ทริปนี้เราเดินทางไป Osaka – Kobe – Himeji – kyoto – Kanazawa – Shirakawa-go

 Samurai Wifi

อันนี้เราจองมาในงานท่องเที่ยวที่ศูนย์สิริกิตต์นะ ค่าเช่าวันล่ะ 100 บาท บวกค่าประกันเครื่อง 350 บาท สามารถรับและส่งคืนได้ที่สนามบินชั้น B1  และจะมีเคาน์เตอร์อีกที่นึงคือบริเวณชั้น  4 ประตู 7 ก่อนวันนัดรับจะมีเจ้าหน้าที่โทรมาคอนเฟริมและแจ้งว่าต้องไปรับที่ไหน แต่ของเราตอนที่จองในงานท่องเที่ยวจดเบอร์โทรศัพท์ไว้ผิด เราเลยไปรับที่ชั้น B1 เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้เราไปรับเครื่องได้ที่ชั้น 4

ข้อดี

  1. ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าหารกันหลายคนก็ประหยัด แต่ถ้าเราใช้หลายคนมากอาจจะทำให้ความเร็วลดลงตามลำดับเนอะ
  2. เราว่าสัญญาณค่อนข้างดีกว่าอีก Tripizee  กับ Sim 2 Fly นะ มีช่วงที่สัญญาณขาดหายบ้างตอนนั่งรถไฟข้ามระหว่างเมือง ที่เป็นหุบเขาหรือลอดอุโมงค์ แต่คิดว่าน่าจะปกติของทุกค่าย
  3. ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก หาช่องใส่ในกระเป๋าได้ง่ายกว่า

ข้อเสีย

  1. เราว่าตัวเครื่องค่อนข้างมีน้ำหนัก ช่วงเย็น ๆ อาจจะมีความเกี่ยงกันในการพกได้ 555++
  2. แบตหมดไวกว่าของ Tripizee ใส่ไว้ในกระเป๋าแอบดับไปเรื่อย
  3. ไปไหนต้องไปพร้อม ๆ กัน ไม่สามารถแยกกันไปไกลได้
  4. หากทำหายอาจมีค่าปรับค่อนข้างสูง ซื้อประกันเผื่อไว้ก็ดี

 

Tripizee

อันนี้เราได้รางวัล Pocket wifi (Free 5 days for Japan) มาจากร่วมกิจกรรม Pantip Fun Quiz เค้าก็จะให้มาเป็นรหัสส่วนลด ทำรายการจองผ่านหน้าเว็บไซด์https://www.tripizee.com/th  เราซื้อเพิ่มอีก 2 วัน แล้วก็เช่า Power Bank กับซื้อประกันเครื่อง สามารถรับและส่งคืนได้ที่สนามบินชั้น B1

ข้อดี

  1. ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าหารกันหลายคนก็ประหยัดดี อันนี้ก็ข้อดีของ Pocket Wifi อยู่ล่ะ
  2. ตัวเครื่องเราว่าอันนี้เบากว่าของ Samurai Wifi นะ ถึงแม้จะขนาดใหญ่กว่าก็เถอะ
  3. แบตอยู่ทนได้ตลอดวัน

ข้อเสีย

  1. สัญญาณขาดหายเวลาอยู่ในสถานีรถไฟ หรือทางเดินใต้ดิน ช่วงจังหวะเวลาสำคัญที่ต้องใช้แอพดูเส้นทาง 555++
  2. ไปไหนต้องไปพร้อม ๆ กัน ไม่สามารถแยกกันไปไกลได้
  3. สัญญาณของอีกเจ้านึงค่อนข้างสเถียรกว่า
  4. หากทำหายอาจมีค่าปรับค่อนข้างสูง ซื้อประกันเผื่อไว้ก็ดี

 

 

Sim 2 Fly สามารถซื้อได้ที่ Ais Shop ทุกสาขา และสนามบินสุวรรณภูมิอยู่บริเวณชั้น 2 ในการซื้อต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการยืนยันตัวตน และใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะสาขาที่เราไปคนค่อนข้างเยอะ รอซื้อซิมส์นี่ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงได้ รอจนเกือบจะไม่ซื้อล่ะ พอจะออกเค้าเรียกคิวพอดี เราซื้อมาเป็น SIM2Fly 399 บาท Non-Stop ความเร็วสูงสุด 4GB ใช้ได้ 8 วัน

ข้อดี

  1. เราสามารถแยกกันเดิน แยกกันไปช็อบปิ้ง และนัดเจอกันที่จุดนัดหมายได้
  2. ไม่ต้องพกพาอะไร หลาย ๆ เครื่องให้หนักกระเป๋า
  3. ไม่ต้องเสียเวลาส่งคืนในภายหลัง

ข้อเสีย

  1. ค่าใช้จ่ายสูงถ้าไปหลาย ๆ คน ใช่ Pocket Wifi จะประหยัดกว่า
  2. ไม่สามารถแชร์ใช้หลาย ๆ คนได้ จริง ๆ มันก็ทำได้แหล่ะ แต่จะช้ามาก
  3. ใช้เวลาซื้อ หรือลงทะเบียนค่อนข้างนาน ถ้าจะไปซื้อที่สนามบินก็ต้องเผื่อเวลานิดนึงเนอะ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น